ข้อได้เปรียบ
ทำให้เกิดการสื่อสารแบบสองทาง (Allowing for two-way communication)
ความสามารถในการโต้ตอบกับผู้รับทำให้ผู้ส่งสามารถประเมินผลกระทบของข้อความที่สื่อได้ ปัญหาเรื่องความเข้าใจหรือการคัดค้านสามารถถูกแก้ไขและการถกเถียงในรายละเอียดของจุดขายในบางจุดสามารถทำได้ทันที ขณะที่การสื่อสารแบบ Mass Communication จะไม่ก่อให้เกิดผลตอบรับโดยตรง และไม่สามารถหาข้อมูลต่างๆได้ในทันทีทั้งหมด
สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข่าวสารได้ (Tailoring of the message)
เนื่องจากเป็นการโต้ตอบโดยตรง ข้อความจึงสามารถถูกดัดแปลงตามผู้รับสารได้ ผู้ส่งสารสามารถทำให้เนื้อหาของข้อความถูกต้องเหมาะสมมากขึ้นตามความกังวล ปัญหา และความต้องการของผู้บริโภค ผู้แทนขายยังสามารถกำหนดช่วงเวลาที่จะดำเนินขั้นตอนการขายขั้นต่อไป ขอให้เกิดการขาย หรือปิดการขายได้เลย
สามารถตรึงความสนใจของผู้ฟังได้ดี (Lack of distraction)
การขายโดยบุคคลส่วนมาก จะเป็นการเสนอขายแบบเผชิญหน้า จึงสามารถลดความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ซื้อหันเหความสนใจไปในทางอื่น ผู้ซื้อโดยทั่วไปจะให้ความสนใจกับข้อความในการขาย แม้แต่การนำเสนอที่ทำโดยกลุ่มของผู้แทนขาย หรือในการที่มีผู้ตัดสินใจซื้อมากกว่าหนึ่งคนอยู่ในเหตุการณ์ก็ตาม ก็จะมีการเบี่ยงเบนความสนใจหรือออกนอกลู่นอกทางได้น้อยกว่าการสื่อสารแบบ Mass Communication
สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจซื้อ (Involvement in the decision process)
พนักงานขายจะทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ หรือให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า ซึ่งไม่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการขายโดยตรง แต่เพื่อสร้างความนิยมให้กับบริษัท ผู้ขายได้การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจซื้อและช่วยผู้ซื้อในการแก้ไขปัญหาต่าง สิ่งนี้ทำให้ผู้ซื้อได้พึ่งพาผู้ขายและสินค้าและบริการมากขึ้น ผลประโยชน์ที่ได้รับเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มความเกี่ยวข้องของพนักงานอื่นในองค็กรนั้นๆ
เป็นแหล่งของข้อมูลวิจัย (Source of research information)
ในแผนกการขายและการตลาดที่ถูกจัดให้ประสานกันอย่างดีนั้น ทีมขายสามารถเป็นหูเป็นตาให้บริษัทได้ ผู้แทนขายสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคู่แข่งรวมถึงการส่งเสริมการขายและการตั้งราคา นอกจากนี้ผู้แทนขายยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับความจำเป็นและความต้องการในการซื้อของลูกค้า รวมทั้งผู้ที่กำลังจะเป็นลูกค้าได้
ข้อเสียเปรียบ
ข่าวสารไม่คงเส้นคงวา (Inconsistent message)
ก่อนหน้านี้เราได้ระบุถึงความสามารถในการดัดแปลงข้อความสำหรับผู้รับสารว่าเป็นข้อได้เปรียบหลักของการขายโดยส่วนบุคคล แต่การขาดซึ่งข้อความที่เป็นมาตรฐานก็อาจกลายเป็นข้อเสียได้ข้อความที่ใช้สื่อสารส่วนมากถูกจัดทำ,ออกแบบโดยนักการตลาดโดยมีวัตถุประสงค์ในการสื่อสารที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะบรรลุวัตถุประสงค์ได้ก็ต่อเมื่อข้อความดังกล่าวได้ถูกสื่อไปยังผู้รับสารทั้งหมด แต่เมื่อผู้แทนขายได้ดัดแปลงข้อความก็อาจทำให้ความหมายไม่เป็นไปตามที่นักการตลาดตั้งใจไว้ ดังนั้น การทำงานของนักการตลาดจึงขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้แทนขายสื่อสารออกไปจริงๆ (อุปกรณ์ช่วยในการสื่อสารการขายสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ในระดับหนึ่ง)
ความขัดแย้งระหว่างทีมขายและผู้บริหาร (Sales force / management)
แม้บริษัทที่ดีที่สุดก็อาจมีเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาระหว่างพนักงานขายกับพนักงานฝ่ายการตลาดได้ เนื่องจากความล้มเหลวในการสื่อสาร, การเมืองในองค์กร และ อีกหลายๆเหตุผลที่ทำให้ทีมขายและทีมการตลาดไม่สามารถทำงานเป็นทีมเดียวกันได้ ทีมการตลาดอาจไม่เข้าใจปัญหาที่ทีมขายต้องเผชิญอยู่ หรือ ทีมขายอาจไม่เข้าใจว่าทำไมทีมการตลาดถึงทำในสิ่งที่ทำอยู่อยู่ได้ ผลลัพธ์คือ ทีมขายไม่ยอมใช้เครื่องมือที่ทีมการตลาดจัดเตรียมไว้ให้ ทีมการตลาดเองก็อาจไม่ตอบสนองต่อการประเมินความต้องการของลูกค้าและอื่นๆ ผลที่สุดคือ ขบวนการสื่อสารจะไม่มีประสิทธิภาพอันเนื่องมาจากความขัดแย้งหรือความผิดพลาดในการสื่อสารภายในองค์กร
ค่าใช้จ่ายสูง (High cost)
ค่าใช้จ่ายในการขายโดยบุคคลต่อครั่งสามารถเพิ่มขึ้นได้ นักการตลาดอาจใช้การสื่อสารถึงคนหมู่มากเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากับต้นทุน
การเข้าถึงลูกค้าอาจไม่ทั่วถึง (Poor reach)
การขายส่วนบุคคลไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากๆได้ ถึงแม้ว่าเงินจะไม่เป็นอุปสรรค (ซึ่งมักจะไม่เป็นจริง) ทีมขายก็มีชั่วโมงทำงานและจำนวนบุคคลากรที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้จำกัด ยิ่งกว่านั้นความถี่ในการเยี่ยมหรือเข้าถึงซ้ำหลายๆครั้งก็ต่ำ
ปัญหาด้านจรรยาบรรณอาจเกิดขึ้นได้ง่าย (Potential ethical problems)
เนื่องจากผู้จัดการไม่สามารถควบคุมข่าวสารที่พนักงานขายนำไปติดต่อสื่อสารกับลูกค้า และจุดมุ่งหมายของพนักงานขายที่เน้นการขายให้ได้มากที่สุด ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่พนักงานขายจะละเมิดกฎ อาจพูดอาจทำบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้บริษัทเสียผลประโยชน์
วันศุกร์, มีนาคม 28, 2008
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น